Thailand Betta Network
สั่งพิมพ์

ไรน้ำนางฟ้า Fairy Shrimp

หัวข้อนี้ เน้น โดย ridbetta เมื่อ 2009-8-17 14:51.

ไรน้ำนางฟ้า Fairy Shrimp


เอาชุดเพาะไรน้ำนางฟ้ามาให้ดูกันครับ



ไรน้ำนางฟ้า (Fairy shrimps) โดย  ฉวีวรรณ  หนูนุ่น (นานมากแล้ว)
มีอยู่ในธรรมชาติมาช้านานแล้ว คนอีสานเรียกว่า “แมงอ่อนช้อย”,“แมง หางแดง”,“แมงแงว” หรือ “แมงน้ำฝน” (เรียกแบบนี้ก็ดีนะครับ นางฟ้ามันดูหรูเกิน เดี๋ยวจะไม่กล้าเอาให้กิน)
ไรน้ำนางฟ้า เป็นสัตว์ที่อยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางบางส่วน ภาคตะวันตก โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งไรน้ำนางฟ้าที่พบในประเทศไทย โดย ศ.ดร.ละออศรี เสนาะเมือง (อาจารย์ท่านอยู่คณะวิทยาศาสตร์ มหาลัยขอนแก่นที่ผมเรียนอยู่นี้เองครับ)
มี  3 ชนิด คือ

1.ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร(ตัวที่เอามาเพาะในVDOเป็นตัวนี้)
2.ไรน้ำนางฟ้าไทย
3.ไรน้ำนางฟ้าสยาม

จาก การศึกษาพฤติกรรมของไรน้ำนางฟ้าทั้ง 3 ชนิด พบว่าไรน้ำนางฟ้าเป็นสัตว์น้ำจืดที่พบได้ง่ายในช่วงฤดูฝน ตามแหล่งน้ำท่วมขังทั่วไป
เช่น บ่อน้ำชั่วคราวที่เกิดจากน้ำฝน, แอ่งน้ำในสวนป่า,  แอ่งน้ำในทุ่งนา หรือ แม้แต่คูน้ำข้างถนน รวมถึงบ่อลึกกักเก็บน้ำ
ซึ่งในการขยายพันธุ์ ไรน้ำนางฟ้าจะวางไข่ในแอ่งน้ำนั้นๆ

ไรน้ำนางฟ้า จัดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย(ตอนนี้กำลังสดใสครับ) เนื่องจากเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยง ง่าย โตเร็ว (เร็วไม่เร็ว5วันก็1เซนติเมตรเห็นๆ)
ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ โดยการผลิต 1 กิโลกรัม มีต้นทุนประมาณ 25.51 บาท เหมาะใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลาสวยงาม หรือปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
โดยไรน้ำนางฟ้าจะ ให้โปรตีนสูงถึง 64-69% มากกว่า อาร์ทีเมียที่มีเพียง 56% เท่านั้น

ราคาเมื่อเปรียบเทียบ
อาร์ทีเมียตัวโตเต็มวั
             ขายกันอยู่ที่ 50-100 บาท/ก.ก.         ไข่อาร์ทีเมียแยกขายราคาประมาณ  200 บาท / 50กรัม.
ไรน้ำนางฟ้าไทยตัวเต็มวัย       ขายกันที่ราคาตัวละ 0.20-0.50 บาท  ไข่ไรน้ำนางฟ้าราคาจำหน่าย 200 บาท ต่อ 10,000 ฟอง (น้อยมากมาย)

วิธีเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าที่ค้นพบ
เราจะทำโดยจำลองสภาพภูมิอากาศจริงที่มีฝนตกตามธรรมชาติ
ตั้งแต่การเก็บดินที่มีไข่ไรน้ำนางฟ้าฝังอยู่จากแหล่งน้ำขังที่แห้งขอดมาเติมน้ำเพื่อฟักไม่น้อยกว่า 2 ครั้งจึงจะได้ปริมาณที่มากเพียงพอที่จะเพาะพันธ์
โดยครั้งแรกเติมน้ำ และปล่อยไว้ 1 วัน จึงเทน้ำออกแล้วตากแดดไว้ 3 วัน และเติมน้ำใหม่ เพื่อกระตุ้นการฟักครั้งที่ 2 และ 3 ตามลำดับ
ดร.นุล และ นายราเมศ  เล่าถึงขั้นตอนการฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าที่ได้จากการวิจัย ซึ่งจะมีอัตราการฟัก 75%
(ฟังดูแล้วยุ่งยากเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นชุดเพาะนั้นง่ายแล้วครับ)
เมื่อโตเต็มวัยมันจะขนาดยาวกว่า 3 ซม. หรือราว 2-3 เท่าของอาร์ทีเมีย อีกทั้งยังมี สัดส่วนโปรตีนมากถึง 65%
ต่อมา หลังเติมน้ำแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้ 5 วัน จะได้ไรน้ำนางฟ้าคอกแรกออกมา จากนั้นเทน้ำออกเพื่อแยกไรน้ำนางฟ้าออกมาเลี้ยงในน้ำที่สะอาด ส่วนไข่ที่เหลือนำไปตากแดดก่อนที่จะนำมาฟักครั้งที่ 2และ 3 หรืออีกหลายครั้ง โดยมีปริมาณการฟักลดลงจากครั้งแรกเล็กน้อย ซึ่งจากดินที่เก็บมา 1 กก. จะฟักได้ ไรน้ำนางฟ้าประมาณ 1-10 ตัว เพียงเท่านี้ เกษตรกรหรือชาวบ้านทั่วไปก็ไม่จำเป็นต้องหาซื้อ    ไรน้ำนางฟ้าจากนอกพื้นที่แล้ว เนื่องจาก  สามารถเพาะพันธุ์ได้เองโดยชาวบ้านยังสามารถนำไปพัฒนาเป็นอาชีพเพื่อหารายได้ เสริมเข้าครอบครัวได้อีกด้วย
         ไรน้ำนางฟ้าสามารถทนอยู่ได้ เพื่อในอนาคตจะได้มีการส่งเสริมไรน้ำนางฟ้าให้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงกุ้ง ทดแทนอาร์ทีเมียที่เกษตรกรใช้เลี้ยงกุ้งกุลาดำซึ่งมีราคาแพง โดยผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าไรน้ำนางฟ้าช่วยให้กุ้งเจริญเติบโตได้ดี

 ไรน้ำนางฟ้าสัตว์น้ำจืดที่น่าสนใจที่จะนำมาทดแทนกุ้งฝอยและArtemia?
              เนื่องจากไรน้ำนางฟ้าเป็นสัตว์น้ำที่จัดอยู่ในจำพวก Arthopoda หรือลำตัวเป็นข้อปล้อง อย่างพวกแมลงและกุ้ง แต่ไม่มีเปลือกแข็งอย่างพวกกุ้ง นอกจากนั้นยังไม่มีกรี อันนี้เรียกได้ว่าปลอดภัยกับพวกปลากินเนื้ออย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมีการทดลองโดยนักวิจัยของทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่า การนำไรน้ำนางฟ้ามาเป็นอาหารของปลาหมอสีนั้น จะช่วยเพิ่มคุณภาพสีและมุกที่ตัวปลาอย่างเห็นได้ชัด  ดังนั้นจึงทำให้หลายๆท่านเริ่มสนใจที่จะนำมาเป็นอาหารปลากันมากขึ้นเรื่อยๆ
           แต่เนื่องจากที่ผ่านๆมาการเพาะเลี้ยงยังอยู่ในวงจำกัดอันเนื่องจากสาเหตุ หลายๆอย่าง ดังนั้นการผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้จำนวนมากพอกับความต้องการของตลาดจึง ยังไม่สามารถทำได้ จึงทำให้สัตว์น้ำตัวนี้ ไม่ค่อยเป็นที่แพ่รหลายและคุ้นเคยเท่าที่ควร จึงทำให้มีข่าวคราวของสัตว์ตัวนี้ออกมาเป็นระยะๆ มากบ้าง น้อยบ้าง จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ถึงกับเคยมีการประโคมออกข่าวเพื่อปั่นกระแสกันมาก็มาก ชนิดที่ว่าราคาไข่เพียงหนึ่ง 1 กิโลกรัมมีราคาพอๆกับรถเบนซ์ C180 ฟังแล้วก็อึ้งไปเหมือนกันว่า มันสัตว์อะไรกันจะหายากหาเย็นจนราคาแพงขนาดอะไรจะปานนั้น
(ปัจจุบันเราสามารถผลิตและจำหน่ายได้แล้ว ขอรวบรวมข้อมูลซักพักก่อนนะครับจะเอามาเขียนเป็นบทความใหม่ๆให้อ่าน)

 ประโยชน์ของไรน้ำนางฟ้าต่อผู้เพาะเลี้ยงปลากัด
1.ไรน้ำนางฟ้านั้นเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามที่ต้องการอาหารปลาที่คุณภาพสูง

 

ไรน้ำนางฟ้า

ไรแดง

อาทีเมียร์

จิ้งหรึด

หนอนแดง

โปรตีน

64.94%

74.09%

56.45%

12.9%

50%

คาร์โบไฮเดรต

17.96%

12.50%

12.14%

5.1%

23%

ไขมัน

5.07%

10.19%

11.85%

5.5%

14%

เถ้า

8.40%

3.47%

17.46%

-

9%

อื่นๆ

-

-

-

76.5%

4%


จากตารางแสดงคุณค่าทางอาหารแสดงให้เห็นว่า


1.1) ไรน้ำนางฟ้ามีโปรตีนสูงมากถึง 65% ทำให้ปลาที่กินไรน้ำนางฟ้า โตเร็ว เพราะ ได้โปรตีนช่วยในการเจริญเติบโต และการสร้างกล้ามเนื้อ

1.2) คารฺโบไฮเดรตสูงกว่าอาหารประเภทอื่นๆ ทำให้ปลาได้รับพลังงานสูงการเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง ทำให้ปลาอึด-ทน ในเวลาขึ้นสู่สังเวียน

1.3) ไขมันต่ำที่สุดทำให้ปลาไม่อ้วน สุขภาพดี ไม่ขี้โรค

และที่สำคัญไรน้ำนางฟ้านั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนมากกว่าอาหารชนิดอื่นๆ ด้วย ซึ่งเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สร้างสีสันให้ปลาดูสวยงาม เราสามารถพบจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า เมื่อปลาหมอสีที่เลี้ยงด้วยไรน้ำนางฟ้าเพียง 2 วันเท่านั้น ทำให้ปลามีสีแดงสดอย่างชัดเจน เหมาะแก่การเลี้ยงปลากัดสวยงามอย่างยิ่ง และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ปลาอายุยืนอีกด้วย
( อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของ ศ.ดร.ละออศรี เสนาะเมือง)

2. ) ไรน้ำนางฟ้านั้นเจริญเติบโตเร็วมาก สามารถเก็บผลผลิตได้ใน 3-4 วัน

3. ) สามารถเลือกเก็บตัวไรไปใช้ประโยชน์ได้หลายขนาด ตามขนาดของปลาที่เลี้ยง เช่น

- ลูกไร อายุ 1-3 วันใช้เลี้ยงลูกปลาได้
- ไร อายุ 3-4 วัน มีขนาด 1 ซม. ใช้เลี้ยงปลาขนาดเล็ก เช่นปลากัด หรือปลาหางนกยูง
- ไร อายุ 5- 7 วัน มีขนาด 2 ซม. และอายุ 15 วัน ขนาด 3-4 ซม ใช้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ได้

4. ) ลดต้นทุนค่าอาหาร เพราะถ้าต้องซื้อจากฟาร์มเพาะเลี้ยง ซึ่งราคาตัวละ 10-20 สตางค์ แต่ถ้าสามารถเพาะเลี้ยงได้เอง จะสามารถลดต้นทุนได้มาก เพราะมีต้นทุนเพียงค่าน้ำ ค่าปุ๋ย และค่าไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย


 วันนี้การผลิตไรน้ำนางฟ้าไว้ใช้เองไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป

 

ชุดเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า 1 ชุด ประกอบไปด้วย

1.ใข่ไรน้ำนางฟ้า 3,000 ฟอง

2.ถุงกรองอาหาร

3.อาหารสำเร็จรูป

4.เอกสารแสดงวิธีการเพาะเลี้ยง


ราคาจำหน่าย1 ถึง 4 ชุดละ 100 บาท (จัดส่งถึงบ้านแบบ EMS อีก 40 บาท) 

ราคาจำหน่าย 5 ถึง 9 ชุดละ 100 บาท (ฟรีค่าจัดส่งEMS)

ราคาจำหน่าย 10 ถึง 29 ชุดละ 85 บาท (ฟรีค่าจัดส่งEMS)

ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 30 ชุดขึ้นไปกรุณาติดต่อผู้จำหน่ายได้โดยตรง


สนใจสั่งซื้อได้ที่ คุณเจริญชัย ฤทธิรุทธ(เติ้ล RidBetta) 

โทร.089-5164594 หรือ อีเมลล์ RidBetta@hotmail.com


การโอนเงินเพื่อชำระค่าสินค้า โดยโอนเงินไปที่

ธนาคารไทยพานิชย์ บัญชีออมทรัพย์

สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น

เลขที่ 793-221-6355

ชื่อบัญชีเจริญชัย ฤทธิรุทธ CHAROENCHAI RIDTIRUD




TOP

รอดูวิธีการทำก่อน แล้วให้ปลาขนาดไหนกินได้คับ

น่าจะทำชุดเพาะ ไรแดง มาขายบ้างนะคับ
RidBetta SAY:
วิธีทำอยู่ในCilp VDOเลยครับ  ให้ปลาได้ทุกขนาดครับ แต่จะเปลื้องมากถ้าให้สำหรับปลาขนาดเล็ก
ความคิดผมเองเหมาะสำหรับปลาขนาดใหญ่มากกว่าครับ


ชุดเพาะไรแดง ทำไม่ยากครับ แค่ทำน้ำเขียวให้ได้พอครับ แต่ต้องหาไรแดงมาใส่เอง

TOP

ได้หลายขนาดเลยครับ เหมือนอาร์ทีเมีย ปลาเล็กก็อายุ1วัน จนกระทั้งปลายักกินได้ครับ

TOP

ชุดอาหารสำเร็จรูปที่ให้มาจะใช้เลี้ยงไรน้ำนางฟ้าได้ถึงกี่วันน่ะครับ?

RidBetta SAY:
เท่าที่ใช้มานะครับ ให้ไรน้ำนางฟ้าสบายๆ 8 วันยังเหลือ

TOP

รอดูด้วยคน....น่าสนใจมาก

RidBetta SAY:
ดูCilp VDO ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวบทความไรน้ำนางฟ้าผมจะเอามาลงตาม

TOP

น่าสนจัยครับ wait together for Fairy Shrimp <img src=" border="0">


RidBetta SAY:
รอหน่อยแล้วกันนะครับ กำลังเขียนๆถ่ายรูปๆไปด้วย

TOP

ว่าแต่อาหารที่ใช้กับไรน้ำนางฟ้า ใช้กับไรแดง หรืออาร์ทีเมียได้รึป่าวครับ
แล้ว 100 บาท มีค่าจัดส่งอีกรึป่าวครับ
RidBetta SAY: ไรน้ำนางฟ้ากินไม่เท่าไรแดงครับ กินน้อยมาก ถ้าทำแล้วเอาไปใช้กับไรแดง ไม่คุ้มแน่นอนครับ 100บาทไม่รวมค่าส่งครับ ค่าส่งEMSอีก40บาทครับ

TOP

ตามที่คุยกันครับคุณเต้ล 700 ครับ 3 รายการ โอนแล้วนะครับ
ส่ง
กิตติ์ธเนศ ภิญโญ 61/1 ม.13
ต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวน
จ.กาญจนบุรี
71140

ขอบคุณมากครับ ครับ มี หนอนจิ๋ว 1 ชุด อทีเมีย 1ชุด และ ไรนางฟ้าครับ


RidBetta SAY: พรุ่งนี้จัดส่งของให้ครับ ขอบคุณมากครับ

TOP

ผงอาหารสำเร็จรูป ที่ใช้เป็นน้ำเขียว สามารถเป็นน้ำเขียวสำหรับไรแดงได้หรือป่าวครับ


RidBetta SAY:
ได้แต่ไม่คุ้มครับ ไรแดงกินโหดกว่านี้หลายร้อยเท่า
สังเกตในวีดีโอนะครับ ใส่อาหารลงไปยังใสๆอยู่เลย

TOP

น่าสนครับพี่เติ้ล อยากรู้วิธีทำอะครับเหมือนกับอาทีเมียหรือเปล่าครับ <img src=" border="0">


RidBetta SAY: วิธีทำง่ายกว่าอาร์ทีเมียตรงที่ไม่ต้องใช้น้ำเกลือ
แต่ราคายังสูงกว่าอาร์ทีเมียเยอะ หากจะใช้ตัวเล็กๆ ตอนนี้กำลังคิดว่าอาจจะขายแต่ไข่พอลูกปลาใกล้ฟัก
ก็เอาไข่เทลงไปอีก1วัน ก็ออกมาเป็นตัวให้ปลากินได้พอดี แต่เปลื้องแน่นอนครับสำหรับปลาเล็ก ขอทดลองไปก่อนครับ
สำหรับปลาโตเหมาะมากครับ จากงานวิจัยต่างๆแล้ว เร่งสีสรร เร่งโตได้ดีครับ(สำหรับปลาขาวอาจจะไม่ดี)
คนเลี้ยงปลายัก ปลาโตเหมาะสุดๆแล้วครับ

TOP

1 ร้อยรวมค่าส่งด้วยเปล่าคับผม
RidBetta SAY:ไม่ได้รวมครับ ค่าส่งEMSอีก40บาทครับ
ขอบคุณมากครับที่สนใจครับ

TOP

ซื้อ ครับ

ท้าซื้อทั้งอาทีเมีย กับ ไรนางฟ้า หนึ่งชุด ต้องโอนเงินเท่าไร

RidBetta SAY:
อาร์ทีเมียชุดละ450บา่ทครับ
ไรน้ำนางฟ้า 100บาท ไม่คิดค่าส่ง
รวม 550 บาทครับ

TOP

ที่โทรไปเมื่อวานตอน 5 โมงเย็นครับ โอนเงินแล้วครับ โอนที่ธนาคารไทยพานิชย์ วันนี้เวลา 12.15
จำนวน 350 บาท
ไรน้ำนางฟ้า 1 ชุด
ไส้เดือนน้ำอบแห้ง 1 ชุด
หนอนจิ๋ว 1 ชุดครับ

ส่งที่
ชัยทัต กำจัดภัย
166/314 หมู่4 ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางเพรียง
อำเภอบางบ่อ สมุทรปราการ
10560

เบอร์โทร 0876965800

RidBetta SAY: พรุ่งนี้จัดส่งของให้ครับ ขอบคุณมากครับ

TOP

โอนเงิน

ครับเดียวตอนเย็นจะโอนเงินให้ครับ   
อุเทน สมานเมือง
บริษัท  ไมลอทท์  แลบบอราทอรี่ส์   ( ช่างอุเทน  อาคาร3  )
84 / 55หมู่  11   ซ. ธนสิทธิ์    ถ. เทพารักษ์  
ต.  บางปลา  อ.  บางพลี
จ.  สมุทรปราการ  10540
0870094806    
รวมเป็นเงิน  550  ครับ   ถูกต้องใหมครับ

RidBetta SAY:
ถูกต้องครับ จัดส่งของให้พรุ่งนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ

TOP

สั่งไรน้ำนางฟ้า 2 ชุดครับ เป็นเงินเท่าไหร่ครับ

RidBetta SAY : 240บาท พร้อมส่งครับ.. สั่ง5ชุด500บาทไม่คิดค่าส่งครับ

TOP

โอนเงินให้แล้วนะครับ รายละเอียดตาม PM ครับ <img src=" border="0"> <img src=" border="0"> <img src=" border="0">
RidBetta SAY : โอเคครับรับทราบ เตรียมส่งพรุ่งนี้เลยครับ ขอบคุณมากครับ

TOP

อาหารไรนางฟ้า

อาหารไรนางฟา เอามาทำหัวเชื้อน้ำเขียวได้ใหมครับ
RidBetta SAY: ไม่ได้ครับ มันเป็นอาหารสำเร็จรูปครับ น้ำเขียวเป็นพืชมีชีวิตครับ

TOP

เราสามารถเลี้ยงมันโตขนาดไหนครับ ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ครับ เคยเห็นงานวิจัยว่าเอาไปให้ปลาหมอสีแล้วจะทำให้ปลาแดงขึ้น
RidBetta SAY:
ใช้เวลาเลี้ยง5วันได้ขนาดประมาณ1ซม.

TOP

แล้วถ้าทำน้ำเขียวเลี้ยงไรแดงได้
เอามาเลี้ยงไรนางฟ้าได้ไหมครับคุณเติ้ล

RidBetta SAY:
เลี้ยงได้ครับ แต่ไม่ต้องให้ปริมาณมากเหมือนไรแดงนะครับ ไรน้ำนางฟ้ามันแพ้ไนเตรจ

TOP

ท้าเราเลี้ยงไปนานมันจะขยายพันธุ์ได้อีกป่าวครับ

TOP

เรื่องน่ารู้กับไรน้ำนางฟ้า

ไรน้ำนางฟ้า เป็นสัตว์น้ำจืดชนิดหนึ่งคล้ายกุ้ง คนพื้นบ้านเรียก แมงอ่อนช้อย แมงแงว แมงหางแดง และแมงน้ำฝน จัดอยู่ใน ไฟลัมอาร์โทรโปดา ไฟลัมย่อยครัสเตเซีย คลาสแบรงคิโอโปดา อันดับอะนอสตราคา แต่ไม่มีเปลือกแข็งหุ้ม จัดอยู่ในประเภท สัตว์โบราณ เนื่องจากมีขาว่ายน้ำจำนวน 11 คู่ และมีพฤติกรรมว่ายน้ำแบบหงายท้องโดยใช้ขาช่วยกรรเชียงนำโบกพัดอาหารเข้าปาก ตัวผู้มีขนาดใหญ่ กว่าตัวเมียเล็กน้อย ลำตัวยาวโดยเฉลี่ย 2 เซนติเมตร ส่วนหางแยกเป็นสองแฉกมีสีแดงส้ม บริเวณหัวมีตาขนาดใหญ่ มีก้านตายาว 1 คู่ มีหนวด 2 คู่ หนวดคู่ที่ 2 ของตัวผู้เปลี่ยนแปลงไปใช้สำหรับการจับตัวเมีย เวลาผสมพันธุ์และใช้เพื่อการจำแนกชนิด ตัวเมียมีถุงไข่ 1 ถุง อยู่บริเวณกลางลำตัวด้านท้อง ไข่ที่ตัวเมียสร้างขึ้นจะพัฒนาให้มีเปลือกหนา เป็นการปรับตัวเพื่อที่จะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำชั่วคราว เช่น คลองข้างถนน นาข้าว และปลักควายที่มีน้ำขังเฉพาะหน้าฝนเท่านั้น สำหรับอาหารของไรน้ำนางฟ้า ได้แก่ แพลงก์ตอนสัตว์ โปรโตซัว อินทรียสารและแพลงก์ตอนพืช          

 
ในประเทศไทยพบไรน้ำนางฟ้าชนิดใหม่ของโลก 3 ชนิด คือ
                      1. ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร (Streptocephalus sirindhornae          Sanoamuang, Murugan, Weekers & Dumont, 2000)  ลำตัวใสหรือสีฟ้า  หางแดง ลำตัวยาวประมาณ 1.5-3.0 เซนติเมตร ไข่เป็นรูปวงกลมคล้ายตะกร้า เป็นชนิดที่แพร่หลายกว่าชนิดอื่น
                     2. ไรน้ำนางฟ้าไทย (Branchinella thailandensis     Sanoamuang, Saengphan & Murugan, 2002) มีลำตัวสีส้มแดงตลอดทั้งตัว
  ตัวยาวประมาณ 1.7-4.0 เซนติเมตร ไข่เป็นรูปวงกลมคล้ายตะกร้อแต่มีขนาดใหญ่กว่าไรน้ำนางฟ้าสิรินธร
                     3. ไรน้ำนางฟ้าสยาม (Streptocephalus siamensis     Saengphan & Sanoamuang) ลำตัวใสหรือสีฟ้าอ่อน คล้ายไรน้ำนางฟ้าสิรินธร แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีตัวยาวประมาณ 1.1-2.0 เซนติเมตร ไข่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมคล้ายปิระมิด และเป็นชนิดที่หายากมาก
    
คุณค่าทางโภชนาการของไรน้ำนางฟ้า มีโปรตีน 64.94 % ไขมัน 5.07 % คาร์โบไฮเดรต 17.96 % มีความเข้มข้นของสารกลุ่มแคโรทีนอยด์สูงถึง 1,143 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักแห้ง 1 กรัม จึงเหมาะที่จะนำมาเป็นอาหารของปลาสวยงาม เพื่อเร่งสีสันทำให้ปลามีความสวยงามมากยิ่งขึ้น


  
จากการสำรวจของ ศ.ดร.ละออศรี เสนาะเมือง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นท่านแรกที่ค้นพบไรน้ำ นางฟ้าชนิดใหม่ของโลก ซึ่งได้เดินทางไปสำรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำขนาดเล็กจำพวกแพลงก์ตอนในแหล่งน้ำจืดเขตร้อนทางภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือไปจนถึงภาคตะวันออกและภาคใต้ จนกระทั่งปลายฤดูฝนในปี พ.ศ. 2536 ได้พบไรน้ำนางฟ้าเพศเมียแต่ไม่พบไรน้ำนางฟ้าเพศผู้ ต่อมาปี พ.ศ. 2541 ได้สำรวจพบไรน้ำนางฟ้าทั้งเพศผู้และเพศเมีย ซึ่งเป็นตัวเต็มวัย ทั้งยังได้จำแนกชนิดจากที่ในโลกมี 50-60 ชนิด สำหรับไรน้ำนางฟ้าชนิดแรกที่พบในจังหวัดหนองบัวลำภู มีลักษณะแตกต่างกับที่พบในแหล่งอื่น ๆ ของโลก โดยได้รับพระราชทานชื่อว่า ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร หลังจากนั้นได้พบไรน้ำนางฟ้าชนิดที่ 2 จึงให้ชื่อว่า ไรน้ำนางฟ้าไทย ในขณะเดียวกันได้ทำการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม พบไรน้ำนางฟ้าชนิดใหม่อีกให้ชื่อว่า ไรน้ำนางฟ้าสยาม โดยพบที่จังหวัดสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี ไรน้ำนางฟ้าสองชนิดเป็นสัตว์น้ำประจำถิ่น ของไทย ลักษณะลำตัวใส ๆ หางมีสีแดงหรือสีส้ม แต่ไรน้ำนางฟ้าสยามยังพบที่ประเทศลาว ซึ่งช่วงหนึ่งของชีวิตไรน้ำนางฟ้าต้องการอยู่ใน พื้นที่น้ำแห้ง ไข่มีเปลือกหนา เป็นซีส อยู่ในพื้นดินเมื่อฝนตกไข่ไรน้ำนางฟ้าได้รับน้ำฝนก็จะพัฒนาฟักเป็นตัวโดยจะพบในบ่อเล็กบ่อน้อย ส่วนบ่อหรือบึงขนาดใหญ่จะไม่พบไรน้ำนางฟ้า ทั่วทุกภาคของประเทศไทยสามารถเพาะพันธุ์ไรน้ำนางฟ้าได้ โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ น้ำสะอาด ในธรรมชาติภายหลังจากฝนตก 1 เดือนมีน้ำขัง ก็จะพบไรน้ำนางฟ้าในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



  
วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการใช้เพาะพันธุ์ไรน้ำนางฟ้า มีดังนี้
  
 1. ภาชนะ
1.1 บ่อซีเมนต์ทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ลึก 50-100 เซนติเมตร ซึ่งสะดวกในการใช้เป็นอย่างมาก
1.2 กะละมัง ขนาดขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เลี้ยงไรน้ำนางฟ้า
1.3 ถังพลาสติกสีดำ
1.4 บ่อดิน ขนาดที่เกษตรกรนิยมใช้ คือ 0.5-1 ไร่ บ่อดินดีที่สุดเพราะไม่ต้องเติมอากาศ เป็นแบบธรรมชาติ ไม่ต้องให้ อาหารเสริม ไรน้ำนางฟ้าสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สภาพการเติมอากาศเป็นแบบ Air Water Link คือ ให้น้ำข้างล่างขึ้นมาข้างบน หรือใช้ หัวทรายหรือระบบกรองที่ใช้ในการเลี้ยงปลาสวยงาม
 2. แสงแดด ไรน้ำนางฟ้าต้องการแสงแดดด้วย เพื่อช่วยในการสังเคราะห์อาหารของไรน้ำนางฟ้า สำหรับบ่อดินเป็นบ่อเปิดรับ แสงแดดได้ทั่วทั้งบ่อ หากสร้างโรงเรือนต้องให้ได้รับแสงอาทิตย์ด้วย โรงเรือนแบบเปิดในช่วงฤดูร้อน ควรทำหลังคามีสแลนคลุมบังพื้นที่ 50 % หากเป็นช่วงฤดูหนาวไม่ค่อยมีแสงแดดจะเปิดสแลนออกให้ได้รับแสงแดด 100%
 3. น้ำ มีน้ำสะอาดเพื่อใช้ในการเลี้ยงเหมือนสัตว์น้ำทั่วไป เช่น น้ำประปา และน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ไรน้ำนางฟ้าไม่จำเป็น ต้องใช้อุปกรณ์ราคารแพง น้ำประปาเหมาะสมที่สุด แต่ต้องเป็นน้ำที่ปราศจากคลอรีน โดยเปิดน้ำประปาทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนเจือจางลง เพราะคลอรีนจะมีผลกระทบภายหลังการฟักตัวของไรน้ำนางฟ้า จากนั้นใช้ระยะเวลา 24 ชั่วโมง ไข่จะฟักเป็นตัว เมื่อลูกไรน้ำนางฟ้ามีอายุ 10-12 ชั่วโมงต้องให้อาหาร มิฉะนั้นตัวอ่อนจะตาย
  
                 
ไรน้ำนางฟ้า กินอาหารจำพวกสาหร่าย อินทรียสาร แบคทีเรีย และอาหารที่ให้กินก็หาได้ง่าย เช่น น้ำเขียว การทำน้ำเขียว โดยหาหัวเชื้อน้ำเขียวได้จากสถานีประมงซึ่งตั้งอยู่เกือบทุกจังหวัด แล้วนำมาขยายปริมาณ ส่วนผสมการทำน้ำเขียวประกอบด้วย ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยสูตร 16-20-0 รำข้าว ปูนขาว การเพาะน้ำเขียวต้องอาศัยแสงแดด ในกรณีที่เป็นบ่อซีเมนต์ทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ต้องมีจำนวน 3-4 บ่อ เพื่อสำรองผลิตน้ำเขียวให้มีปริมาณเพียงพอต่อการขยายพันธุ์ไรน้ำนางฟ้า
  
                 
การให้อาหารจะให้วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น แต่ที่ศูนย์วิจัยอนุกรมวิธานประยุกต์จะใช้ระบบน้ำหยด โดยน้ำเขียว ค่อย ๆ หยดผ่านท่อแอสรอนครั้งละ 1-2 หยดเติมครั้งเดียวใช้ได้ 1-2 วัน ถ้าเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าอัตราความหนาแน่นเกิน 30 ตัวต่อลิตร ต้องให้ อาหารมากสักหน่อย การสังเกตุความสมบูรณ์ของไรน้ำนางฟ้าตัวอ่อนสมบูรณ์จาก ทางเดินอาหารมีสีเขียว ท่อลำไส้จะยาว ถ้าใส่อาหารเยอะ น้ำเขียวมากจะเป็นที่สะสมของของเสียซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการดำรงชีวิตของไรน้ำนางฟ้า
  
                 
วงจรชีวิตของไรน้ำนางฟ้า ไข่ไรน้ำนางฟ้าใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 24 ชั่วโมง เมื่อมีอายุ 8-9 วันจะเจริญเติบโตมีไข่และ พัฒนาขยายพันธุ์ได้อีกทุก ๆ วัน โดยเฉลี่ยวางไข่วันละ 1 ครั้ง ครอกละ 500 ฟอง หากเป็นบ่อดิน ไข่จะไปกองบริเวณพื้นบ่อทำให้ไม่สามารถ เก็บไข่ได้ ถ้าเป็นกะละมังหรือบ่อซีเมนต์จะเก็บไข่ได้ง่ายกว่า การป้องกันไข่ไรน้ำนางฟ้าติดไปกับน้ำที่ระบายทิ้ง ขอแนะนำให้ใช้ผ้ากรองปิดที่ ปลายท่อระบายน้ำทิ้ง นำไข่มาแช่น้ำ 2 สัปดาห์ แล้วนำมาทำให้แห้งเพื่อเก็บไว้ขยายพันธุ์ในครั้งต่อไป ซึ่งถือเป็นเคล็ดลับ มิฉะนั้นจะทำให้ การเพาะพันธุ์ไรน้ำนางฟ้าไม่ประสบผลสัมฤทธิ์ หากไข่ที่ผ่านการแช่น้ำแล้ว เปอร์เซ็นต์การฟักจะสูงถึงร้อยละ 90 ไข่ไรน้ำนางฟ้ามีขนาด เล็กกว่าไข่อาร์ทีเมียและเป็นไข่จมน้ำ ส่วนไข่อาร์ทีเมียจะลอยน้ำ ไรน้ำนางฟ้าไทยมีอายุขัย 25-30 วัน ไรน้ำนางฟ้าสยายมีอายุขัย 69-119 วัน
  
                 
ประโยชน์ของไรน้ำนางฟ้า
1. ใช้ในวงการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น การเพาะพันธุ์กุ้งกุลาดำ กุ้งขาว กุ้งก้ามกราม
2. ใช้ในการเลี้ยงปลาสวยงาม เช่น ปลาหมอสี
3. ใช้ในการปรุงอาหาร เช่น แกง หมก
4. ใช้ทดแทนการนำเข้าอาร์ทีเมียที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ช่วยลดภาวะการขาดดุลของประเทศ
5. สามารถเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้ประกอบการ

อาหารของไรน้ำนางฟ้า
อาหารของไรน้ำนางฟ้านั้นส่วนมากจะเป็นพวกสาหร่ายขนาดเล็ก ที่สำคัญที่สุดคือ คลอเรลล่า พวกแบคทีเรีย ซากสารอินทรีย์ รวมถึงแพลงค์ตอนขนาดเล็กอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า 60 ไมโครเมตร (เนื่องจากปากของไรน้ำนางฟ้ามีขนาดประมาณ 60 ไมโครเมตร) ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ สำหรับการเพาะเลี้ยงในโรงเพาะฟักจะใช้คลอเรลล่าเป็นอาหารหลัก นอกจากนี้ยังมีการให้อาหารอื่น ทดแทนเมื่อสาหร่ายไม่เพียงพอ เช่น ยีสต์ โดยมีสัดส่วนการใช้ยีสต์ 0.8-1.0 มิลลิกรัมต่อตัวต่อวัน ผสมกับกากน้ำตาล 1.0 มิลลิลิตร สำหรับการให้น้ำหมักชีวภาพใช้น้ำหมักชีวภาพ 1.0 มิลลิลิตร ผสมกับกากน้ำตาล 1.0 มิลลิลิตรให้กินต่อตัวต่อวัน แต่ไม่ควรให้ติดต่อกันนานเกินไปจะทำให้คุณภาพน้ำเสียได้ และไรน้ำนางฟ้ามีสีซีด เพราะทั้งยีสต์และน้ำหมักชีวภาพไม่มีสารสีพวกคลอโรฟิวส์ ดังนั้นจึงควรให้สลับกับสาหร่าย

ช่วงของอุณหภูมิและช่วงแสงมีผลต่อไรน้ำนางฟ้าอย่างไรบ้าง
ช่วงแสงมีผลต่อการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้า เพราะถ้าไรน้ำนางฟ้าได้รับแสงน้อยเกินไป อากาศไม่ปลอดโปร่ง จะทำให้การเจริญเติบโตของไรน้ำนางฟ้าโตช้าและอัตราการรอดต่ำ แต่ถ้าแสงมากเกินไปจะมีผลต่อการกินอาหารและการว่ายน้ำ นอกจากนี้ความเข้มข้นแสงยังมีผลต่อการผลิตอาหารไรน้ำนางฟ้า ได้แก่ สาหร่ายสีเขียวคลอเรลล่า เพราะเป็นพืชจึงต้องการแสงเพื่อการสังเคราะห์แสง หากได้รับแสงน้อยต่อวันอาจทำให้สาหร่ายสีเขียวคลอเรลล่าตายได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าด้วย

สำหรับการเปิดไฟในช่วงกลางคืนให้กับไรน้ำนางฟ้ามีความจำเป็นหรือไม่  ไม่จำเป็น ส่วนสาหร่ายสีเขียวอาจมีความจำเป็นในกรณีที่แสงไม่เพียงพอในช่วงกลางวันแต่โดยหลักการแล้วควรเปิดในช่วงค่ำ และช่วงเช้ามืดเสริมเพื่อให้ได้รับแสงในช่วงแสงที่เพียงพอเท่านั้น เพราะสาหร่ายสีเขียวก็ต้องการเวลาพักในช่วงมืดเช่นกันประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน (อัตราส่วนระหว่างความมืดและแสงสว่างที่เหมาะสมคือ สว่าง : มืด = 16 : 8) ส่วนในช่วงดูหนาวที่แสงแดดน้อย มีปริมาณแสงไม่เพียงพอจำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงเช้ามืดและช่วงเย็น และหากสาหร่ายยังได้รับแสงไม่เพียงพออาจจำเป็นต้องเปิดไฟมากกว่า 16 ชั่วโมง

ศัตรูของไรน้ำนางฟ้าและวิธีป้องกัน
ไรน้ำนางฟ้าเป็นสัตว์ที่ไม่มีอวัยวะสำหรับป้องกันตัวเอง และมีเปลือกนิ่มจึงตกเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อได้ง่าย ระหว่างการเลี้ยงถ้าไม่มีวิธีป้องกันที่ดีก็อาจจะต้องสูญเสียไรน้ำนางฟ้าจำนวนมาก ศัตรูที่พบได้บ่อยในการเลี้ยงในโรงเพาะเลี้ยงคือ ลูกน้ำยุง ในระยะตัวโม่ง บางครั้งถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าไรน้ำนางฟ้าแต่ลูกน้ำจะกัดติดแน่นบริเวณส่วนหัวหรือลำตัวจนกว่าไรน้ำนางฟ้าจะตาย ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่กินและกัดกินแค่บางส่วน

ศัตรูชนิดที่พบได้เสมอในบ่อดินคือ ตัวอ่อนแมลงปอ ตัวอ่อนแมลงปีกแข็งเกือบทุกชนิด รวมทั้งสัตว์กินเนื้อที่อยู่ในน้ำทุกชนิด มีรายงานว่าตัวอ่อนของแมลงปีกแข็งสามารถกินไรน้ำนางฟ้าตัวเต็มวัยได้  ส่วนวิธีการป้องกันในบ่อซีเมนต์หรือโรงเพาะฟักขนาดเล็กจะใช้มุ้งอวนในส่วนสีฟ้าล้อมป้องกันไม่ให้ยุงเข้ามาวางไข่ได้ แต่กรณีในบ่อดินซึ่งเป็นการเลี้ยงระบบเปิดจะป้องกันได้ยากแต่ก็สามารถปราบศัตรูได้โดยการกรองน้ำเข้าบ่อและหลังการเตรียมบ่อใสปุ๋ย และเติมน้ำควรรีบปล่อยไรน้ำนางฟ้าทันทีเพื่อให้เจริญเติบโตก่อนที่แมลงปอจะลงไปไข่และฟักเป็นตัวอ่อน จากการสังเกตพบว่าลูกน้ำในระยะตัวโม่งสามารถกินลูกไรน้ำนางฟ้าได้ 1 ตัวทุกๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าบ่อตั้งอยู่กลางแจ้งหรือโรงเพาะฟักขนาดใหญ่ที่ไม่มีการปกปิดยุงและแมลงต่างๆ สามารถบินมาวางไข่ได้ตลอดเวลาซึ่งป้องกันได้ยาก แต่อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นที่มักจะพบปัญหาที่แตกต่างกัน คงต้องสังเกตและแก้ปัญหาเป็นกรณีๆ ไป

โรคที่เกิดกับไรน้ำนางฟ้าและแนวทางป้องกันแก้ไข
โรคที่พบว่าเกิดกับไรน้ำนางฟ้ามีเพียงชนิดเดียว คือโรคสีดำ (Black disease)  ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นแผ่นหรือแถบสีดำเกิดขึ้นบริเวณขาว่ายน้ำ หนวด และอาจลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โรคนี้มักเกิดกับไรน้ำนางฟ้าตัวเต็มวัยที่เลี้ยงในน้ำที่มีคุณภาพไม่เหมาะสม เช่น มีค่าแอมโมเนียทั้งหมด เกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าไนไตรท์-ไนโตรเจน เกิน 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หรือไรน้ำนางฟ้าที่อ่อนแอก็มักติดโรคนี้ได้ง่าย เมื่อไรน้ำนางฟ้าเป็นโรคสีดำจะไม่ตายในทันทีแต่จะทยอยตายในภายหลังที่เป็นโรค 2-5 วัน วิธีการรักษายังไม่มีการศึกษาว่าควรรักษาอย่างไร ฉะนั้นการเลี้ยงควรดูแลให้ไรน้ำนางฟ้ามีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้กับไรน้ำนางฟ้าที่เลี้ยง และควรมีการป้องกันเรื่องคุณภาพน้ำที่ไม่ดีต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำให้มากขึ้นในช่วงไรน้ำนางฟ้าอายุมากขึ้นหรือเริ่มมีการวางไข่และควรใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่นในกลุ่มน้ำหมักชีวภาพต่างๆ ใส่ในบ่อเลี้ยงเพื่อย่อยสลายของเสียในบ่อและควบคุมเชื้อโรคที่จะเกิดกับไรน้ำนางฟ้าด้วย


เมื่อพบไรน้ำนางฟ้าเป็นโรคเกิดขึ้นในบ่อเลี้ยง หรือเพื่อป้องกันการเกิดโรค ควรมีการทำความสะอาดเครื่องมือที่ใช้ด้วยฟอร์มาลิน 10 เปอร์เซ็นต์ นาน 10 ชั่วโมง ก่อนล้างและตากให้แห้ง และแช่บ่อเลี้ยงด้วยคลอรีน 10-20 กรัมต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือล้างบ่อและตากบ่อทิ้งไว้หลายๆ วัน แต่กรณีบ่อซีเมนต์ถ้าทาสีใหม่ทับปีละครั้งจะสามารถป้องกันได้เป็นอย่างดี

TOP

พี่เติ้ล ถ้าเอา อาทีเมีย1 ชุด หนอนจิ๋ว 1 ชุด ไรน้ำนางฟ้า1 ชุด รวม เงิน เท่าไหร่ ครับ เดี๋ยว โอน ให้ ครับ

TOP