Thailand Betta Network
 65 123
เพิ่มหัวข้อใหม่
สั่งพิมพ์

หนอนน้ำส้ม บทสรุป พร้อมข้อมูลทุกอย่างคับ

หัวข้อนี้ ย้าย โดย ridbetta เมื่อ 2008-8-2 10:00.

หนอนน้ำส้ม บทสรุป พร้อมข้อมูลทุกอย่างคับ

รบกวน Mod ช่วยย้ายไปอยู่ในห้องบทความทีนะคับ ผมไม่ไปตั้งกระทู้ในนั้น เพราะกลัวมันจะแก้+เพิ่มเติมข้อมูลไม่ได้อ่ะคับ เพราะมันต้องรอ Mod มา approve ก่อน ผมแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ จะได้อ่านกันง่ายๆ ไม่งั้น post เดียวยาวเฟื้อย อ่านกันตาลายแน่ๆคับ รบกวนด้วยนะคับ ขอพล่ามก่อนซักนิด เนื่องจากผมสนใจเรื่องการเอาหนอนน้ำส้มมาให้ลูกปลากิน ก็เลยพยายามค้นหาข้อมูล ในที่สุดก็จนปัญญาเมื่อรู้ว่าหาซื้อหัวเชื้อไม่ได้ ผมเลยลองเข้าไปดูตามเว็บจากต่างประเทศ แล้วก็ได้ลองสั่งซื้อหัวเชื้อมาทดลองเพาะดู 1 ชุด เสียค่าหัวเชื้อและค่าส่งทางไกลแพงมากคับ ตอนที่ซื้อ ก็กลัวๆอยู่เหมือนกัน ว่าหนอนมันจะรอดมั๊ย ส่งนานเป็นอาทิตย์ จะโดนตรวจแล้วห้ามนำเข้ารึเปล่า (เพราะเป็นสิ่งมีชีวิต) เอามาแล้วจะเพาะรอดมั๊ย ใช้แล้วจะเวิร์ครึเปล่า จะคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปมั๊ยเนี่ย ว่าแล้วก็ทำอะไรไม่ได้แล้วคับ เพราะจ่ายเงินไปแล้ว ก็ได้แต่รอลุ้นเท่านั้น นับตั้งแต่สั่งซื้อหัวเชื้อหนอนน้ำส้มจากอเมริกา ก็รอประมาณ 2 อาทิตย์ครับกว่าจะได้รับพัสดุ ตื่นเต้นมาก พอเปิดมาก็ตะลึงกับสิ่งที่อยู่ข้างในคับ ภายในกล่องมีเพียงเอกสารบอกวิธีการเพาะ 1 แผ่น และหัวเชื้อ 1 ถุง ปริมาณน้อยกว่าน้ำปลาพริกที่แถมเวลาซื้อข้าวผัดซะอีก แทบจะนับหยดได้เลยคับ ผมลองส่องไฟดู ก็มองไม่เห็นหนอนคับ ดูอยู่นานมาก ในที่สุดก็ถึงบางอ้อ โอ้โห ตัวมันเล็กมาก ต้องเพ่งดีๆ ไม่งั้นก็ต้องส่องไฟแบบชัดๆใกล้ๆเลยคับ ไม่งั้นมองแทบไม่เห็น ภายในกล่อง : เอกสาร 1 แผ่น และหัวเชื้อ 1 ถุง ในบทความนี้ มีรายละเอียดตามนี้เลยคับ 1. หนอนน้ำส้มคืออะไร 2. การเพาะ (ขยายพันธุ์) หนอนน้ำส้ม 3. การนำหนอนน้ำส้มไปใช้ 4. หนอนน้ำส้มดียังไง ไม่ดียังไง 5. เปรียบเทียบระหว่าง หนอนน้ำส้ม กับ หนอนจิ๋ว [ แก้ไขล่าสุด pete เมื่อ 2008-7-31 12:08 ]
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้
คะแนนเมื่อเร็วๆนี้
  • ฟ่าง จิตพิศัย +10 2008-8-19 21:36
  • banklinkup จิตพิศัย +10 ยอดมาก 2008-7-31 18:10
  • pom จิตพิศัย +10 เยี่ยมสุดๆ 2008-7-31 12:41

TOP

1. หนอนน้ำส้มคืออะไร หนอนน้ำส้ม มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Vinegar Eels ถ้าแปลตรงๆตัวเลยก็คือ ปลาไหลน้ำส้มสายชู (ทำไมชื่อมันฟังดูแปร่งๆ ดังนั้นอย่าไปแปลชื่อมันเลยคับ เอิ๊กๆ) หนอนน้ำส้มเกิดมาจากการหมักหมมในระหว่างการทำหรือการหมักน้ำส้มสายชูคับ หนอนพวกนี้อาศัยอยู่ในน้ำส้มสายชู (ตามข้อมูลที่ได้มานะคับ แต่ความจริงมันคือน้ำส้มสายชูที่ทำจากลูกแอปเปิ้ลคับ ไม่ใช่น้ำส้มสายชูปรุงอาหารที่บ้านเราใช้) หนอนน้ำส้มมีขนาดที่เล็กมากๆ ตาเปล่าก็มองเห็นคับ แต่ต้องเพ่งมากๆเลยนะคับ ถ้าปริมาณน้อยๆต้องเอาไปส่องไฟแล้วเพ่งดีๆ จะเห็นมันว่ายน้ำคับ ถ้าหนอนมีปริมาณมากๆ เราจะเห็นมันว่ายน้ำกันเป็นสายยาวๆสีขาวคับ มนุษย์จึงได้ประยุกต์เอาหนอนน้ำส้มมาให้เป็นอาหารแก่ลูกปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกปลากัด โดยที่มีขนาดเท่าเทียมกับหนอนจิ๋วเลยทีเดียว (แต่ผมรู้สึกว่าหนอนจิ๋วจะตัวใหญ่กว่านะคับ) อาหารอันโอชะของหนอนน้ำส้มคือก็น้ำตาลครับ มันกินน้ำตาลในน้ำส้มสายชู (ที่ทำจากแอปเปิ้ล) ซึ่งตรงนี้เราไปประยุกต์ได้คับ รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป ผมเอา clip VDO หนอนน้ำส้มแบบซูมกับชัดๆมาให้ดูด้วยนะคับ จาก YouTube คับ อันนี้เป็น link กรณีที่ดูผ่านเว็บนี้ไม่ได้ http://www.youtube.com/watch?v=1Dd0wsxm_Go&feature=related [ แก้ไขล่าสุด pete เมื่อ 2008-7-31 12:11 ]

TOP

2. การเพาะ (ขยายพันธุ์) หนอนน้ำส้ม 2.1 อุปกรณ์ - หัวเชื้อหนอนน้ำส้ม - Apple cider (แอปเปิ้ลไซเดอร์) คือน้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ลคับ ใช้น้ำส้มสายชูธรรมดาไม่ได้เด็ดขาดนะคับ - แอปเปิ้ล (ใช้น้ำตาลทรายแทนได้) - น้ำตาล (ใช้แอปเปิ้ลแทนได้) - น้ำเปล่า - ภาชนะ เช่น กล่องข้าว หรือ ขวดน้ำ อุปกรณ์คร่าวๆคับ จากซ้ายไปขวา: ขวดเพาะ (ใส่น้ำเลี้ยงไปแล้ว), แอปเปิ้ลสด, น้ำ Apple Cider Vinegar, น้ำเปล่า [ แก้ไขล่าสุด pete เมื่อ 2008-7-31 12:12 ]
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้

TOP

2.2 ขั้นตอนการเพาะขยายพันธุ์ ขั้นแรกเลยนะครับ เตรียมภาชนะก่อนเลยครับ พวกกล่องข้าวก็ได้ครับ ถ้าเป็นไปได้ผมแนะนำให้เป็นภาชนะกว้างๆ จะดีกว่าแคบแต่สูงนะครับ (จริงๆใช้แบบไหนก็ได้ เพียงแต่ภาชนะแบบกว้างจะช่วยทำให้ได้ปริมาณหนอนมากและไวขึ้น) พวกฝรั่งเขามักจะเพาะกันในขวดไวน์ ขวดน้ำ ขวดเหล้า กันเลย เพราะมันหาง่าย แล้วก็เก็บง่าย ตอนที่ผมเริ่มเพาะเองครั้งแรก ผมก็ใช้ขวดน้ำดื่มคับ แต่พอหาข้อมูลไปได้เรื่อยๆ ก็พบว่าอากาศเป็นสิ่งจำเป็น ผมเลยขยับขยายภาชนะเป็นกล่องข้าวแทน ตอนแรกผมใช้ขวดน้ำ เลยเจาะรูที่ฝาแบบนี้ซัก 2 รูคับ ผมว่ากล่องข้าวเซเว่นก็โอเคคับ แต่ตัวผมเอง ใช้กล่องข้าว S & P ครับ มันสูงกว่านิดหน่อย กันหกเลอะเทอะ ถ้าอยากให้สะอาดๆถูกหลักอนามัย ก็เอาไปลวกน้ำร้อนซักทีนึงคับ ระวังมือด้วยเน้อ ผมเคยโดนมาแล้ว ร้อนจี๋เลย รีบไปหน่อย จากนั้นให้เราเจาะฝาเป็นรูเล็กๆคับ ของผมเองจะเจาะไว้ 6 รูคับ ฝั่งซ้าย 3 ฝั่งขวา 3 เพื่อให้มีอากาศระบาย ถ่ายเทได้ เพราะหนอนน้ำส้มต้องการอากาศคับ อากาศมีผลต่อการขยายพันธุ์ของหนอนคับ เพียงแต่เราเจาะรูเล็กๆ เพื่อกันไม่ให้มันระเหยไปหมดคับ !! ข้อควรระวัง !! อย่าเจาะรูใหญ่นะครับ ไม่งั้นมันระเหยหมดคับ ( apple cider มันแพง เอิ๊กๆ) เจาะรูเล็กๆก็พอคับ ผมว่ารูเท่าไม้เสียบลูกชิ้น กำลังดี ผมเจาะรูเท่านี้คับ ทั้งหมด 6 รู (ฝั่งละ 3) ขั้นต่อมาให้เราเตรียมน้ำเลี้ยงครับ มันก็คือน้ำที่เราจะใช้ในการเพาะหนอนน้ำส้มนี่แหละคับ โดยให้เราผสมน้ำ Apple Cider กับน้ำเปล่า (ที่ไม่มีคลอรีน) ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ครับ เราจะผสมในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 (apple cider 3 ส่วน : น้ำเปล่า 1 ส่วน) เป็นอัตราส่วนที่แนะนำนะครับ หนอนน้ำส้มจะขยายพันธุ์ได้เร็วที่สุดครับ แต่เนื่องจาก apple cider มีราคาค่อนข้างแพง เราเลยสามารถปรับลดอัตราส่วนได้ครับ 1:1 ก็ได้ครับ แต่ผลก็คือจะขยายพันธุ์ได้ช้ากว่าครับ ซึ่งจริงๆไม่น่าจะเป็นปัญหาหรอกครับ เพราะว่าความจริงคงไม่มีใครจะเอาหนอนน้ำส้มไปแล้วรีบๆใช้หรอก คือผมว่ามันเป็นการเตรียมการเผื่ออนาคตครับ มันใช้เวลา แต่หากต้องการรีบหาอาหารให้ลูกปลา แบบเร่งด่วน ผมแนะนำให้ใช้หนอนจิ๋วดีกว่าครับ ใช้เวลาในการเพาะน้อยกว่ากันเยอะครับ เรียกว่า หนอนน้ำส้ม เพื่อความสะดวกสบายระยะยาวดีกว่าครับ ใช้เวลาเพาะครั้งแรกนานหน่อย หลังจากนั้นก็สบายแล้วครับ ต่อกันเลยนะครับ หลังจากเราผสม apple cider เข้ากับน้ำเปล่าแล้ว เราจะได้ส่วนผสมมา (ผมจะเรียกว่าน้ำเลี้ยงนะครับ) แล้วให้เราหั่นแอปเปิ้ล ฝานบางๆ แล้วหั่นเป็นลูกเต๋า หรือสี่เหลี่ยม (จริงๆแบบไหนก็ได้คับ) ให้ชิ้นใหญ่ประมาณเล็บนิ้วก้อย จะใส่ปริมาณมากน้อยแค่ไหนก็ได้คับ ไม่มีปัญหา แต่อย่าเยอะเกินนะคับ อะไรที่มันมากเกินมักจะไม่ดีคับ ตามข้อมูลที่ได้มา เขาแนะนำให้ใส่ลงไป 1/4 ลูกครับ แต่ความจริงผมว่ามันขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะด้วยครับ เอาเป็นว่า ดูตามความเหมาะสมแล้วกันครับ เราใส่แอปเปิ้ลไปเพื่อให้มันเป็นอาหารให้หนอนกินคับ พอแอปเปิ้ลมันย่อยสลาย ก็จะกลายเป็นน้ำตาล หนอนมันจะกินน้ำตาลจากแอปเปิ้ลคับ พอหั่นเสร็จ ก็ใส่ลงไปในน้ำเลี้ยงเลยครับ ตามด้วยน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ (ลองไปปรับเปลี่ยนตามภาชนะที่ใช้นะครับ) เป็นการให้อาหารหนอนแบบเร่งด่วนครับ หรือจะใช้น้ำแอปเปิ้ลแทนก็ได้คับ (ลงทุนหน่อย) แต่ได้ผลเหมือนๆกันครับ เสร็จแล้วคับน้ำเลี้ยงของเรา แอปเปิ้ล ผมใช้แค่นี้เองคับ ซัก 1/6 ของลูก จากนั้นก็เทหัวเชื้อหนอนน้ำส้มลงไปได้เลยครับ จากนั้นปิดฝา แล้วก็ลืมไปได้เลยคับ เอาไปตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องนะครับ ไม่ต้องแช่ตู้เย็น แค่ทิ้งมันไว้เฉยๆครับ แนะนำให้เอาไปวางตามระเบียงก็ได้ (ถ้ากลัวกลิ่น เพราะมันจะมีกลิ่นจาก apple cider ครับ หากเจาะรูใหญ่เกินไป แต่กลิ่นมันจะแค่โชยๆเท่านั้นเองคับ แปปเดียวก็หาย ถ้าเจาะรูเล็กๆ ก็แทบไม่ได้กลิ่นนะคับ) ของผมเจาะ 6 รู ปกติไม่มีกลิ่นนะคับ ถ้าผมไปขยับกล่อง ถึงจะมีกลิ่นออกมาคับ แต่แปปเดียวก็หายไป เส็ดแล้วหาอะไรบังๆแดดไว้หน่อย ไม่ควรโดนแสงแดดส่องโดยตรงนะครับ พยายามอย่าให้มันร้อนหรือเย็นเกินไป รูปภายในคับ (แอปเปิ้ลมันเฉาแล้วนะคับ ทำไว้นานแล้ว แค่เปลี่ยนภาชนะใหม่) ดูเหมือนจะเยอะนะคับ แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลยคับ สรุปสั้นๆอีกครั้ง - เจาะรูที่ฝา -ผสมน้ำ กับ apple cider -ใส่แอปเปิ้ล และ น้ำตาล - ใส่หัวเชื้อ จบแล้วคับ ง่ายมะ ** แนะนำนะคับ หลังเราผสมน้ำเลี้ยงเสร็จ ให้เทแบ่งออมาส่วนนึงเก็บไว้ต่างหากครับ เราจะได้เอามาเติม ส่วนที่มันระเหยคับ จะได้ไม่ต้องมาผสมใหม่ ** ระยะเวลาที่ใช้ในการเพาะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างครับ แต่หลักๆเลยมาจาก น้ำเลี้ยง อาหาร และอากาศครับ ส่วนมากจะประมาณ 2 อาทิตย์ครับ กว่าจะได้ปริมาณ (ไม่แนะนำให้อัดน้ำตาล หรือ แอปเปิ้ลครั้งละเยอะๆนะครับ) กล่องข้าว S & P ผมจะใส่แอปเปิ้ลชิ้นเท่าลูกเต๋า ซัก 7-8 ชิ้นคับ เดือนนึงเติมครั้งนึงก็ได้ แต่ผมขี้เกียจ เลยเบิ้ลเป็น 2 เดือนครั้ง หนอนก็ยังเยอะคับ ตักไปตรงไหนก็มีแต่หนอน มองธรรมดาไม่เห็น แต่พอส่องไฟ โอ้โห แน่นเอี้ยด รูปภายใน ใกล้ๆอีกซักรูปคับ เราเติมอาหารให้หนอนได้นะคับ การเติมอาหารให้หนอน ถ้าเอาง่ายๆเลยก็ใส่น้ำตาลทรายไปอย่างเดียวคับ เดือนละ 2 ครั้ง ( ครั้งละ 1 ช้อนชา ) หรือ เดือนละ 1 ครั้ง ( ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ) อีกวิธีนึงก็คือ ใส่แอปเปิ้ลลงไปนิดๆหน่อยๆ ข้อมูลที่ได้มา บอกว่าใส่เดือนละครั้ง แต่จากอีกแหล่งนึง เค้าบอกว่าใส่ไปครั้งแรก แล้วไปเติมอาหารอีกทีก็อีก 6 เดือนโน่นเลย หนอนก็ยังไม่ตายอ่ะคับ ยังอยู่ได้ หนอนอึดมากๆคับ เขาบอกว่ามันแทบจะไม่ตายเลยอ่ะคับ หนอนจิ๋วถ้าไม่มีอาหารมันก็ตายทั้งครอก แต่หนอนน้ำส้ม เขาบอกว่า "Virtually indestructible" หรือแปลเป็นไทยว่า "แทบจะไม่มีทางตายยกครอก" แนะนำอีกข้อนึงนะคับ ถ้าเราไม่ได้เพาะลูกปลาตลอดเวลา ซึ่งเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้หนอนน้ำส้มอยู่ตลอดเวลา ให้เราใส่เน้นอาหารเฉพาะช่วงก่อนจะเพาะปลาซัก 2-3 อาทิตย์ครับ มันจะได้ขยายพันธุ์ทันใช้งาน แต่ช่วงที่ไม่ได้เพาะปลา ก็ให้เราใส่อาหารนานๆครั้งก็พอครับ เอาให้หนอนพออยู่ได้ ไม่มีความจำเป็นต้องให้มันขยายพันธุ์เยอะๆครับ ไม่งั้นถ้ามันมีปริมาณมาก แต่เราไม่ตักไปใช้ มันก็จะกินอาหารหมดเร็วซะปล่าวๆ เส็ดแล้วคับ ง่ายนิดเดียว [ แก้ไขล่าสุด pete เมื่อ 2008-7-31 12:17 ]
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้

TOP

3. การใช้หนอนน้ำส้ม การใช้งานหนอนน้ำส้ม ดูจะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดแล้วล่ะคับ เพราะนอกจากการเอาหนอนไปใช้เนี่ย ที่เหลือมันง่ายไปหมดเลย อุปกรณ์ที่เราต้องการมีดังนี้ครับ ขวดยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน (โฆษณาให้ซะเลย เอิ๊กๆ) - ขวดเล็กๆ คอยาว (แนะนำขวดยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบินนะคับ) - สำลี - เส้นด้าย (ใช้ หรือ ไม่ใช้ก็ได้) มาเริ่มกันเลยคับ ให้เราตักหนอนน้ำส้มใส่ลงไปในขวดนะคับ ตักมาทั้งน้ำเลี้ยงนั่นเลยอ่ะคับ ใส่ให้ถึงคอขวดคับ ตักหนอนพร้อมน้ำเลี้ยง ใส่ลงไปในขวดคับ ให้ได้ระดับประมาณนี้คับ จากนั้นให้เราเอาสำลีไปชุบน้ำให้ชุ่มคับ แล้วใส่ลงไปคับ !! ย้ำนะคับ !! ว่าให้ชุบน้ำก่อน ถ้าไม่ชุบน้ำ เวลาเราใส่ลงไป มันจะดูดน้ำเลี้ยงมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการคับ จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไปคับ ให้เต็มคอขวดเลย จากนั้นก็รอครับ ถ้าทำถูกต้อง น้ำเปล่าเราจะอยู่ตรงช่วงคอขวดครับ แล้วก็คั่นด้วยสำลีแล้วที่เหลือจะเป็นน้ำเลี้ยงและหนอนคับ ! คำเตือน !! ตอนใส่สำลี อย่าบีบอัดให้มันแน่นมากนะคับ เอาให้ดูว่ามันกั้นน้ำเลี้ยงไม่ให้มาผสมกับน้ำเปล่าข้างบนได้ก็พออ่ะคับ อุดด้วยสำลีชุบน้ำ ** Tip ** ตรงสำลี เราเอาด้ายไปผูกไว้ก็ได้คับ เพื่อเวลาที่ใส่ลงไป มันจะได้ไม่ตกลงไปข้างล่าง ตรงนี้ผมก็พลาดเหมือนกันครับ ลองดูในรูปจะเห็นว่ามีสำลีตกลงไป (ถ้ามันเล็กกว่าขนาดคอขวด มันจะตก) ตอนที่ทำใช้เองน่ะไม่ตก แต่พอเอามาทำใหม่เพื่อถ่ายรูป ดันตก - -" ถ้าเราเอาด้ายผูกไว้ ตอนใส่ลงไป เราก็เอาด้ายพาดปากขวดไว้คับ สำลีก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการ มันจะไม่ตกลงไปข้างล่างคับ หนอนน้ำส้มก่อนวิ่งเข้าเส้นชัยคับ หนอนมันจะขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำคับ ซึ่งมันจะต้องว่ายแทรกผ่านสำลี แล้วก็จะว่ายผ่านน้ำเปล่าข้างบนเพื่อมาหายใจที่ผิวน้ำคับ ซึ่งขั้นนี้เอง ที่เป็นเหมือนการล้างหนอนจากน้ำเลี้ยงไปในตัวเลย (ผมถึงบอกไปก่อนนี้ว่าอย่าอัดสำลีแน่นเกิน ไม่งั้นมันว่ายผ่านขึ้นมาไม่ได้) หลังจากนั้น หนอนน้ำส้มก็จะว่ายอยู่ในน้ำเปล่าด้านบน ไม่ว่ายกลับลงไปด้านล่างแล้ว อุดเส็ด เติมน้ำจนเต็มคอขวด ไม่ถึง 5 นาที มีเหยื่อรายแรกๆหลงมาติดกับแล้วคับ ระยะเวลาที่ต้องรอมันไม่แน่นอนนะคับ ประมาณ 8-24 ชม คับ ให้เราคอยสังเกตดูละกันคับ ว่าปริมาณหนอนด้านบนสำลีเยอะพอใช้หรือยัง ถ้ายังก็รอต่อไปคับ ที่ผมลองใช้ดูเนี่ย ทำไว้ตอนกลางคืน พอตอนเช้ามาดูมันก็เยอะแล้ว มันว่ายขึ้นมาเกือบหมดแล้วนะคับ แทบไม่เหลือที่ว่ายอยู่ในน้ำเลี้ยงแล้ว เพราะมันต้องขึ้นมาหายใจ 12 ชม ให้หลังคับ ดูแบบนี้เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ลองดูด้านบนสำลีกันดีกว่า โอ้โห !!! หนอนยั้วเยี้ยเลย ซูมกันเข้ามาอีกหน่อยคับ ไม่ใช่กล้องถ่ายออกมาไม่ชัดนะคับ มันอัดกันแน่นจนถ่ายออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละคับ ลองดูพวกที่เหลือรอดอยู่ด้านล่างคับ พวกนี้ดวงแข็ง ชะตายังไม่ถึงฆาต เตรียมตัวได้กลับลงกล่องเพาะตามเดิม จากนั้นก็สอยเลยคับ เอา dropper หรือ สลิงก์ ดูดขึ้นมาทั้งน้ำนั่นแหละครับ แล้วเอาไปให้ลูกปลากินได้เลย มาถึงขั้นนี้แล้ว เห็นรึยังคับว่ามันใช้เวลาในขั้นตอนนี้ ฉะนั้น เราควรจะเริ่มทำหลังไข่ลูกปลาฟักได้ 2-2.5 วันคับ อย่าชะล่าใจ ไม่งั้นไม่มีอะไรให้ลูกปลากินนะคับ ถ้าไม่มีเวลา ก็ทำก่อนนั้นได้คับ เพราะยังไงหนอนมันอยู่ในอ่างเพาะได้หลายวันคับ ไม่ต้องห่วง ตอนแรกผมก็กลัวว่ามันจะมีน้ำเลี้ยงติดมาด้วย จะเป็นอันตรายต่อลูกปลารึเปล่า แต่หลังจากให้ลูกปลากิน ก็ไม่มีปัญหาอะไรคับ (ถึงยังไง ปริมาณน้ำเลี้ยงที่ติดมา เมื่อเทียบกับน้ำในอ่างเพาะปลา คงไม่เห็นผลอ่ะคับ) ในขั้นนี้ ถ้าเราเอาสำลีไปจุ่มน้ำให้ชุ่มก่อน ก็ไม่ต้องห่วงคับ น้ำเลี้ยงมันจะไม่ผ่านขึ้นมาคับ แต่ถ้าเราเอาสำลีแห้งๆล่ะก็ น้ำเลี้ยงขึ้นมาแน่นอนคับ หลังจากนั้นก็เทน้ำเลี้ยงที่เหลือในขวดกลับลงไปในกล่องเพาะคับ จะใส่แอปเปิ้ลลงไปเพิ่มหน่อยก็ได้คับ จากที่ผมใช้มาเนี่ย ลูกปลา 1 ครอก ผมให้หนอนน้ำส้มแค่ครั้งเดียวครับ นอกนั้นก็ปล่อยให้ขยายพันธุ์เองต่อไปในกล่องข้าว เพื่อไว้ใช้กับลูกปลาครอกต่อๆไป เด๋วจะมาบอกเหตุผลในตอนที่ 4 และ 5 คับ ว่าทำไมผมถึงให้เพียงครั้งเดียว จริงๆแล้วมีหลายวิธีในการเอาหนอนไปให้ลูกปลากินนะครับ แต่ผมว่าวิธีข้างต้นดูจะปลอดภัยที่สุดครับ นอกเหนือจากวิธีนี้ ก็ยังมี - ตักหนอนไปให้ลูกปลากินเลย โดยพยายามเน้นตักตรงบริเวณที่หนอนจับกลุ่มกัน โดนให้มีน้ำเลี้ยงติดมาด้วยน้อยที่สุด (อันนี้ไม่แนะนำ นอกจากเราจะเลือกใช้ดรอปเปอร์ดูดพวกที่ไต่ขอบกล่องขึ้นมา พวกนี้เวลาดูดขึ้นมา แทบจะไม่มีน้ำเลี้ยงติดมาด้วยเลย) - ตักหนอนมาใส่ในหลอดทดลอง (หลอดแก้ว) จากนั้นเติมน้ำ แล้วแกว่งๆๆๆๆ ในขณะที่หนอนหมุนติ้ว มันจะไปกองตรงก้นหลอดทดลอง ให้เรารีบเทน้ำด้านบนออก (เป็นการล้างหนอนก่อนใช้) แล้วเอาให้ลูกปลากินได้เลย ** แต่จริงๆผมแนะนำให้ทำซ้ำซัก 2-3 รอบก็ดีคับ ** ปล. ผมไม่เคยใช้ 2 วิธีนี้นะครับ วิธีแรกผมไม่กล้าทำครับ วิธีที่สอง ผมหาหลอดทดลองไม่ได้ ก็เลยไม่ได้ทำครับ แถมให้อีกนิดนะครับ หลังจากขยายพันธุ์ไปซักพัก ถ้าหนอนมีปริมาณเยอะๆเนี่ย มันจะเกาะกลุ่มว่ายน้ำกันเป็นสายยาวๆ และหลายๆครั้งเลยมันจะไปไต่ขอบภาชนะครับ (คล้ายๆหนอนจิ๋ว) เพียงแต่มันจะเกาะกันเป็นกลุ่มแต่จะอยู่เหนือผิวน้ำมานิดเดียว ไม่ไต่ขึ้นมาสูงๆ จะเห็นเป็นก้อนขาวๆเล็กๆ ผมเห็นครั้งแรกนึกว่าเชื้อราที่ขึ้นบนขนมปัง แต่จริงๆคือหนอนน้ำส้มนี่แหละคับ ลองตักไปใส่น้ำดู ก็เลยรู้ว่าเป็นหนอนนี่แหละ ก่อนจบหัวข้อนี้ ผมได้ถ่าย VDO ไว้ด้วยนะคับ ไปฝากไฟล์ไว้ที่ YouTube เรียบร้อยแล้ว มี 3 ตอนคับ ตอนสั้นๆทั้งนั้นเลยคับ ประมาณ 10วินาที จะได้ไม่ต้องโหลดกันนานๆ หนอนน้ำส้ม ในน้ำเลี้ยง อันนี้เป็น link กรณีที่ดูผ่านเว็บนี้ไม่ได้ http://www.youtube.com/watch?v=IyS8ErVa2sk หนอนน้ำส้มเริ่มว่ายขึ้นมาด้านบน อันนี้เป็น link กรณีที่ดูผ่านเว็บนี้ไม่ได้ http://www.youtube.com/watch?v=9Z59ceTUudU 12ชม. ให้หลัง อันนี้เป็น link กรณีที่ดูผ่านเว็บนี้ไม่ได้ http://www.youtube.com/watch?v=MU2Uvj3DjbI [ แก้ไขล่าสุด pete เมื่อ 2008-7-31 12:21 ]
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้
ไฟลล์แนบ: ระดับของกลุ่มสมาชิกนี้ไม่สามารถมองเห็นไฟลล์แนบได้

TOP

4. หนอนน้ำส้มดียังไง ไม่ดียังไง

    ข้อดีข้อเสียมีหลายข้อเลยนะคับ ผมจะมาแยกให้ฟังทั้งข้อดี และ ข้อเสีย

    ข้อดี:
    - อึดมาก ตายยาก ไม่ต้องไปใส่ใจมาก ทำครั้งเดียวแล้วปล่อยทิ้งไว้ได้เลย
    - ว่ายน้ำตลอดเวลา ทั้งผิวน้ำ กลางน้ำ และก้นภาชนะ ซึ่งกระตุ้นลูกปลาให้มีการเคลื่อนไหว (ว่ายน้ำ) มากขึ้น ว่ายขึ้นลง ไม่มุดลงไปหากินแต่ก้นบ่ออย่างเดียว
    - อยู่ในน้ำเป็นทุนเดิม จึงอยู่ในบ่อเพาะลูกปลาได้นานหลายวันคับ เน้นนะครับ ว่าหลายวันมาก (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไปครับ)



Clip VDO อีกอันจาก YouTube คับ หนอนน้ำส้มเวลาว่ายอยู่ตามผิวน้ำคับ

อันนี้เป็น link กรณีที่ดูผ่านเว็บนี้ไม่ได้
http://www.youtube.com/watch?v=3Rvn14JypHs&feature=related




    ข้อเสีย:
    - ใช้เวลานานในการขยายพันธุ์ (อย่างน้อย 2 อาทิตย์)
    - ยุ่งยากในการนำไปใช้
    - ราคา apple cider ค่อนข้างสูง แต่ถ้าเปรียบเทียบแล้วก็ดูคุ้มดี ซื้อครั้งเดียวใช้ครั้งเดียว แล้วลืมไปได้เลย นอกจากจะผ่านไปนานๆหลายๆเดือนจนมันเริ่มระเหยหายไปเยอะๆ

TOP

5. เปรียบเทียบระหว่าง หนอนน้ำส้ม กับ หนอนจิ๋ว
    ระยะเวลาในการขยายพันธุ์:
    ส่วนนี้ผมให้หนอนจิ๋วชนะไปเต็มๆครับ ใช้เวลาน้อยกว่ามากครับ เพียง 3-5 วันก็พอจะตักไปให้ลูกปลากินได้แล้ว ขณะที่หนอนน้ำส้มใช้เวลา 2 อาทิตย์ขึ้นไป

    การนำไปใช้:
    ผมว่ามันมีหลายขั้นตอนทั้งคู่คับ เพียงแต่การนำหนอนจิ๋วไปใช้ ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ใช้คับ ถ้าคล่องๆ ล้างเก่งๆ แปปเดียวก็ให้ลูกปลากินได้แล้ว
ขณะที่หนอนน้ำส้มความชำนาญไม่ช่วยอะไรครับ ต้องรอเวลาครับ (นอกจากจะใช้วิธีอื่น เช่นผสมน้ำแล้วแกว่งในหลอดทดลอง)

    คุณค่าทางอาหาร:
    อันนี้บอกตามตรงนะครับ ว่าผมไม่รู้จริงๆครับ หาข้อมูลไม่ได้

    ความสะดวกสบาย:
    ก็คงต้องยกให้หนอนน้ำส้มแหละครับ เรียกว่าเหนื่อยครั้งแรกครั้งเดียว ยิงยาวได้เลย ผสมเสร็จปุ๊ป ก็ไม่ต้องไปใส่ใจมันแล้วคับ
ขณะที่หนอนจิ๋วต้องคอยเติมอาหารทุกสัปดาห์ ขาดอาหารก็เริ่มทะยอยตายจนหมด

    เมื่อให้ลูกปลากิน:
    ข้อนี้ผมว่าหนอนน้ำส้มน่าจะชนะขาดลอยเลยครับ หนอนน้ำส้มดำรงชีวิตในน้ำ(apple cider) เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

    1. ทำให้หนอนน้ำส้มมันอยู่ในบ่อลูกปลาได้นานมากครับ ในขณะที่หนอนจิ๋วอยู่ในน้ำได้วันเดียวก็ตายหมดแล้ว
สุดท้ายซากศพยังกลายเป็นกรดมากัดชายน้ำ/ตะเกียบลูกปลาอีก

ตรงส่วนนี้เอง ผมเลยได้ทดลอง เอาหนอนน้ำส้มไปใส่ในขวดน้ำแล้วเติมน้ำเปล่าเข้าไปเต็มขวด
ปรากฏว่าอยู่ได้นานถึง 7 วันครับ โดยที่ปริมาณหนอนจะลดลงเรื่อยๆ พวกที่ตายจะเกาะกันเป็นกลุ่ม มองเห็นง่ายครับ
(ผมทำการทดลองซ้ำอีกรอบ ก็ได้ผลเหมือนเดิมคับ ใกล้เคียงกัน)

    วันแรก วันที่สอง ไม่มีหนอนตายเลยครับ
    หลังจากผ่านไป 3 วัน ปริมาณหนอนลดลงเหลือประมาณ 80-90 เปอร์เซนต์ จากนั้นก็ลดลงเรื่อยๆวันละนิดครับ (ผมกะไม่ถูก - -")
    จนเมื่อครบ 7 วัน ผมมาดู เหลือหนอนว่ายน้ำอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซนต์ครับ
    จะเห็นได้ว่ามันอึดมากๆครับ ถ้าเราให้ในปริมาณมากๆ ผมว่าครั้งเดียวก็พอครับ
ลูกปลาเริ่มกินอาหารประมาณวันที่ 4 ก็เริ่มให้หนอนน้ำส้มได้เลย พอลูกปลาอายุ 10-11 วันก็เปลี่ยนไปให้อย่างอื่นกินต่อได้เลยครับ
    แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำจริงๆ ผมว่าแบ่งเป็นให้ 2 ครั้งน่าจะดีกว่านะครับ (กรณีถ้ามีเวลา)
   

    2. หนอนน้ำส้มว่ายน้ำครับ ต่างกับหนอนจิ๋วที่ขยุกขยิกอยู่ก้นบ่อ
แต่หนอนน้ำส้มมันว่ายน้ำไปมา ทั้งผิวน้ำ กลางน้ำ ก้นบ่อ มันอยู่ไปทั่วเลยครับ
ซึ่งข้อดีตรงนี้ก็คือ "น่าจะ"ช่วยกระตุ้นลูกปลาให้ว่ายน้ำมากขึ้น (ย้ำนะคับ ว่า "น่าจะ" เพราะผมคิดเอาเองครับ)
ซึ่งอาจจะส่งผลเรื่องการเจริญเติบโต เนื่องจากว่ายน้ำไปทั่วเพื่อไล่กินหนอน และไม่ใช่มุดลงไปหากินเฉพาะที่ก้นบ่อเหมือนเวลาให้หนอนจิ๋ว
เมื่อว่ายน้ำมาก ใช้พลังงานเยอะ อาหารก็ย่อย ก็ทำให้กินบ่อยขึ้น ส่งผลให้โตไว้ขึ้น

แล้วยังส่งผลอีกเรื่องนึงก็คือ "น่าจะ" ทำให้โอกาสเกิดกรดที่ก้นบ่อน้อยลงไปอีก เพราะหนอนอยู่ได้นานหลายวัน
แถมกระตุ้นลูกปลาให้มากินอีกต่างหาก จึงน่าจะทำให้ปริมาณหนอนที่ตายเป็นซากมีน้อย จึงเกิดกรดได้น้อยครับ

ยิ่งถ้าเราแบ่งให้ซัก 2 รอบ ผมว่าซากหนอนตายคงจะน้อยมากๆเลยคับ ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดกรดที่ก้นบ่อแล้วกัดตะเกียบลูกปลาแหว่งหรือขาดหายไป


    ตอนที่ผมลอง ผมให้รอบเดียว แล้วปล่อยไปเลย 7 วัน ระหว่างนั้นมันก็มีหนอนตายเรื่อยๆ
อัตราส่วนไม่แน่ใจนะครับ เพราะมองหาในบ่อปลายากเหมือนกัน ผมมองไม่เห็นหนอนในบ่อปลาอ่ะคับ จะเห็นก็แต่ซากที่มันตาย เพราะมันจะเกาะกลุ่มกัน

ทั้งหมดนี้ ผมเลยต้องอ้างอิงจากการทดลองทั้ง 2 ครั้งนะครับ (ใส่หนอนในน้ำขวดลิตร) 
เพราะว่ามองหนอนในบ่อปลาไม่เห็นจริงๆครั้บ ถ้าก้นบ่อสกปรกหน่อย คิดว่าน่าจะมองเห็นนะครับ
(เหมือนเวลาให้หนอนจิ๋ว ผมสังเกตหนอนโดยดูจากที่มันไปขยุกขยิกตรงเศษๆก้นบ่อ)

โดยครอกที่ลองนี้ 7 วันหลังจากที่ให้หนอนน้ำส้ม ผมนับลูกปลาคร่าวๆ มีประมาณ 200กว่าตัวครับ
(ก่อนน้านี้ไม่นับครับ เพราะลูกปลาเล็กเกิน) ซึ่งตรงนี้เอง ทำให้ผมคิดว่า "น่าจะ" มีส่วนที่ทำให้ลูกปลารอดมากขึ้น (อันนี้ไม่แน่ใจนะครับว่ามีส่วนรึเปล่า)


ข้อมูลเพิ่มเติมที่ผมแปลไว้นะครับ
http://www.bettanetwork.com/new/thread-2198-1-1.html
http://www.bettanetwork.com/new/thread-2191-1-2.html

จบแล้วคับ
คะแนนเมื่อเร็วๆนี้
  • chiw จิตพิศัย +10 เยี่ยม! 2008-7-31 15:43
  • mecha จิตพิศัย +10 เป็นข้อมูลที่ดีมาก ... 2008-7-31 12:53

TOP

ขอบคุณมากครับ ข้อมูลได้ใจมากเลย เป็นประโยชน์มากเลยครับ ไว้จะทดลองใช้บ้าง

TOP

ข้อมูลแน่นสุดยอดมาก ๆ ยังไงพีทลองทดลองใช้และพัฒนาไปเรื่อย ๆ นะ เป็นทางเลือกหนึ่งในการอนุบาลลูกปลาที่ดีมาก ๆ เลย ขอบคุณนะคะ เยี่ยมเลยจ้า

TOP

แต่ว่ามีข้อสงสัยนิดนึงครับ ถ้าเราใช้น้ำแอปเปิ้ลแล้ว ไม่ต้องมีหัวเชื้อ แล้วจะมีหนอนชนิดนี้เกิดไหมครับ

TOP